นโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายการใช้คุกกี้
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิในความเป็นส่วนตัวของประชาชน ผู้มาติดต่อ ผู้ใช้บริการ และผู้เข้าชมเว็บไซต์ จึงจัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายการใช้คุกกี้ฉบับนี้ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ของสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ
นโยบายฉบับนี้ใช้กับเว็บไซต์ของสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ และบริการออนไลน์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล: สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือเป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเว็บไซต์และบริการออนไลน์ที่อยู่ในความควบคุมของสถานี ทั้งนี้ การประมวลผลที่ดำเนินการผ่านระบบส่วนกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจอยู่ภายใต้การควบคุมหรือการดำเนินงานของหน่วยงานเจ้าของระบบนั้นตามอำนาจหน้าที่และประกาศที่เกี่ยวข้อง
1. ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีการเก็บรวบรวม
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนืออาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการให้บริการหรือการติดต่อกับหน่วยงาน เช่น
- ชื่อและนามสกุล
- หมายเลขโทรศัพท์
- ที่อยู่อีเมล
- ที่อยู่หรือข้อมูลสำหรับการติดต่อ
- ข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกผ่านแบบฟอร์มหรือช่องทางติดต่อบนเว็บไซต์
- ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น หมายเลขไอพี ประเภทของอุปกรณ์ ประเภทของเบราว์เซอร์ วันที่และเวลาเข้าใช้งาน หน้าที่เข้าชม และข้อมูลทางเทคนิคที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยและการทำงานของเว็บไซต์
- ข้อมูลอื่นที่ผู้ใช้สมัครใจให้แก่สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือผ่านช่องทางออนไลน์
ในกรณีที่การให้บริการใดจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเฉพาะเพิ่มเติม สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลตามความเหมาะสม
ข้อมูลที่จำเป็นต้องให้และผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูล: ช่องที่ระบุว่าเป็นข้อมูลจำเป็นในแบบฟอร์มหรือบริการออนไลน์ เป็นข้อมูลที่ต้องใช้เพื่อยืนยันตัวบุคคล ติดต่อกลับ ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือดำเนินการตามคำร้อง หากท่านไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนืออาจไม่สามารถติดต่อกลับ ให้บริการ หรือดำเนินการตามคำร้องได้ครบถ้วน ส่วนช่องที่ไม่ได้ระบุว่าจำเป็น ท่านเลือกไม่ให้ข้อมูลได้โดยไม่กระทบต่อการเข้าถึงเนื้อหาหลักของเว็บไซต์
3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนืออาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งต่าง ๆ ได้แก่
- ข้อมูลที่ท่านให้แก่สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือโดยตรง เช่น การกรอกแบบฟอร์ม การติดต่อสอบถาม การส่งข้อความ หรือการติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์
- ข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลทางเทคนิค คุกกี้ หรือบันทึกการใช้งานระบบ
- ข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือแหล่งข้อมูลอื่นที่สามารถดำเนินการได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนืออาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการออนไลน์ของสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ
- เพื่อติดต่อ ประสานงาน ตอบคำถาม หรือดำเนินการตามคำร้องของผู้ใช้บริการ
- เพื่อบริหารจัดการและปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ ความสะดวก และความปลอดภัยยิ่งขึ้น
- เพื่อวิเคราะห์สถิติการเข้าใช้งานเว็บไซต์ในกรณีที่ได้รับความยินยอมเมื่อกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม
- เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์
- เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ภารกิจของหน่วยงานรัฐ คำสั่งของผู้มีอำนาจ หรือกระบวนการยุติธรรม
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
- เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจของสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ และสามารถดำเนินการได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ เว้นแต่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย
5. ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอาจดำเนินการบนฐานทางกฎหมายที่แตกต่างกันตามแต่ละกรณี เช่น
- การปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบหมาย
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
- ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่สามารถใช้ฐานดังกล่าวได้
- ความจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
- ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือเมื่อสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือเลือกใช้ความยินยอมเป็นฐานในการประมวลผล
หากการประมวลผลข้อมูลใดอาศัยความยินยอม ท่านสามารถถอนความยินยอมได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยการถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการโดยชอบก่อนการถอนความยินยอม
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่
- เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย
- เป็นการปฏิบัติภารกิจหรือหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ
- เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของศาล พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
- มีความจำเป็นต่อการให้บริการหรือการดูแลระบบ โดยผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
- ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ต้องอาศัยความยินยอม
7. การเก็บรักษาและระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์และตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ โดยใช้เกณฑ์ดังต่อไปนี้
- ข้อมูลแบบฟอร์มติดต่อหรือคำร้อง: เก็บจนดำเนินการเสร็จสิ้น และต่อไปตามอายุความหรือระยะเวลาที่กฎหมายและระเบียบราชการกำหนด
- ข้อมูลบันทึกการใช้งานและความมั่นคงปลอดภัย: เก็บเท่าที่จำเป็นต่อการตรวจสอบเหตุการณ์และตามนโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยของหน่วยงาน
- สถานะความยินยอมคุกกี้
srn_pdpa: ค่าเริ่มต้น 180 วัน หรือระยะเวลาที่ผู้ดูแลระบบกำหนด - ข้อมูลจากคุกกี้ของผู้ให้บริการภายนอก: ตามอายุของคุกกี้แต่ละรายการและการตั้งค่าของผู้ให้บริการ โดยจะเริ่มทำงานเมื่อได้รับความยินยอมในหมวดที่เกี่ยวข้อง
หากไม่สามารถระบุระยะเวลาเป็นจำนวนวันที่แน่นอนได้ จะพิจารณาจากระยะเวลาที่จำเป็นต่อภารกิจ วัตถุประสงค์ อายุความ การตรวจสอบ และข้อกำหนดของกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง
เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษา หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลอีกต่อไป และไม่มีเหตุทางกฎหมายที่ต้องเก็บรักษาไว้ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสม
8. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยง เพื่อธำรงไว้ซึ่ง ความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข การคัดลอก การเปิดเผย หรือการทำลายข้อมูลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยครอบคลุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
- มาตรการด้านการบริหารจัดการ: กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติ รายชื่อและระดับสิทธิของผู้เข้าถึงข้อมูล ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่
- มาตรการด้านเทคนิค: บริหารจัดการสิทธิการเข้าถึง จัดให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลตามความเหมาะสม และจัดให้มีการสำรองและกู้คืนข้อมูลหรือระบบที่จำเป็น
- มาตรการทางกายภาพ: ควบคุมการเข้าถึงพื้นที่ อุปกรณ์ และสื่อที่ใช้จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลให้เฉพาะผู้มีสิทธิ โดยกำหนดความเข้มข้นของมาตรการตามระดับความเสี่ยง
8.1 การจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อพบหรือสงสัยว่าเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาหรือผู้รับผิดชอบโดยทันที เพื่อระงับเหตุ ประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบและบันทึกรายละเอียด รวมถึงดำเนินมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม หากเหตุละเมิดมีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่รับผิดชอบจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า และเมื่อทำได้ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย และหากมีความเสี่ยงสูงจะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้าตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามกฎหมาย ท่านอาจมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการถอนความยินยอม
ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ ในกรณีที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาศัยความยินยอม - สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้เป็นผู้ให้ข้อมูลดังกล่าวด้วยตนเอง เว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย - สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ - สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านอาจมีสิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนด - สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านอาจมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในบางกรณีตามกฎหมาย - สิทธิในการขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่กฎหมายกำหนดและข้อมูลอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ ท่านอาจมีสิทธิขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าว - สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในบางกรณีตามกฎหมาย
การใช้สิทธิดังกล่าวอาจถูกจำกัดได้ตามกฎหมาย โดยเฉพาะในกรณีที่การประมวลผลข้อมูลมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้อำนาจรัฐ หรือกระบวนการยุติธรรม
ผู้ประสงค์ใช้สิทธิสามารถติดต่อสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือผ่านช่องทางที่ระบุไว้ในหัวข้อ “ช่องทางการติดต่อ”
นโยบายการใช้คุกกี้
10. คุกกี้คืออะไร
คุกกี้ (Cookies) คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์จัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง จดจำการตั้งค่าบางอย่าง รักษาความปลอดภัย และในบางกรณีใช้สำหรับวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์
คุกกี้บางประเภทมีความจำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ ในขณะที่คุกกี้บางประเภทจะใช้งานเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น
11. ประเภทของคุกกี้ที่เว็บไซต์ใช้
เว็บไซต์สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือแบ่งคุกกี้ออกเป็นประเภทดังต่อไปนี้
11.1 คุกกี้ที่จำเป็น (Necessary Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น
- การรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์
- การจดจำสถานะการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวหรือความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้
- การทำงานของระบบที่จำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์
คุกกี้ประเภทนี้ไม่สามารถปิดการทำงานผ่านระบบตั้งค่าความยินยอมได้ เนื่องจากเว็บไซต์อาจไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องหากไม่มีคุกกี้ดังกล่าว
11.2 คุกกี้เพื่อการทำงาน (Functional Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าของผู้ใช้งาน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น การจดจำการตั้งค่าหรือฟังก์ชันเพิ่มเติมของเว็บไซต์
คุกกี้ประเภทนี้จะทำงานเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน
11.3 คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytics Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าใช้งาน หน้าที่ได้รับความนิยม หรือรูปแบบการเข้าชม เพื่อใช้สำหรับวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์
เว็บไซต์ใช้ Google Tag/Google Analytics เพื่อวิเคราะห์สถิติการใช้งาน โดย Tag ID ที่ใช้งานคือ GT-NGW6TBPK บริการดังกล่าวอาจประมวลผลข้อมูล เช่น หมายเลขไอพีโดยประมาณ ข้อมูลอุปกรณ์ เบราว์เซอร์ วันที่และเวลา หน้าที่เข้าชม แหล่งที่มาของการเข้าชม และเหตุการณ์การใช้งาน ทั้งนี้เว็บไซต์ไม่กำหนดให้ส่งชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หรือข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลโดยตรงไปยัง Google ผ่านระบบวิเคราะห์
คุกกี้หรือเทคโนโลยีในหมวดนี้จะทำงานเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน
11.3.1 รายการคุกกี้และเทคโนโลยีหลัก
| ชื่อ/ผู้ให้บริการ | ประเภทและวัตถุประสงค์ | ระยะเวลา |
|---|---|---|
srn_pdpa / สภ.สำโรงเหนือ | จำเป็น—บันทึกหมวดความยินยอมและรุ่นประกาศ | ค่าเริ่มต้น 180 วัน หรือตามที่ผู้ดูแลระบบกำหนด |
_ga, _ga_* หรือชื่อที่ Google กำหนด | วิเคราะห์—แยกแยะการใช้งานและจัดทำสถิติ เมื่อยินยอมแล้ว | ตามค่าของ Google และการตั้งค่าที่ใช้งาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ |
Google Tag GT-NGW6TBPK | เทคโนโลยีวิเคราะห์—โหลดและเริ่มทำงานหลังยินยอม Analytics | ทำงานตามช่วงการเข้าชมและคุกกี้ที่เกี่ยวข้อง |
11.4 คุกกี้เพื่อการตลาดหรือบริการจากบุคคลภายนอก (Marketing Cookies)
เว็บไซต์อาจมีเนื้อหาหรือบริการจากแพลตฟอร์มภายนอก เช่น Facebook หรือบริการสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจมีการใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อวัดผลการใช้งาน เนื้อหา หรือการทำงานของบริการดังกล่าว
คุกกี้หรือเทคโนโลยีในหมวดนี้จะทำงานเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลจากคุกกี้เพื่อจำหน่ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน
12. การควบคุมคุกกี้ก่อนการให้ความยินยอม
เว็บไซต์ใช้ระบบจัดการความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ โดยคุกกี้ที่ไม่จำเป็นและสคริปต์ที่อยู่ในประเภทที่ต้องได้รับความยินยอมจะถูกควบคุมตามการตั้งค่าของผู้ใช้งาน
ท่านสามารถเลือกได้ดังต่อไปนี้
- ยอมรับคุกกี้ทั้งหมด
- ใช้เฉพาะคุกกี้ที่จำเป็น
- เลือกอนุญาตคุกกี้เป็นรายประเภท
การปฏิเสธคุกกี้ที่ไม่จำเป็นจะไม่ทำให้ท่านไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาหลักของเว็บไซต์ได้ แต่อาจทำให้ฟังก์ชันบางอย่างจากบริการภายนอกไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
13. การเปลี่ยนแปลงหรือถอนความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้
ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าหรือถอนความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ที่ไม่จำเป็นได้ภายหลังผ่านเมนู “ตั้งค่าคุกกี้” บนเว็บไซต์
การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลที่ได้ดำเนินการก่อนการถอนความยินยอม
นอกจากนี้ ท่านสามารถลบหรือจัดการคุกกี้ผ่านการตั้งค่าของเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งานได้อีกทางหนึ่ง
14. ระยะเวลาการจัดเก็บสถานะความยินยอม
เว็บไซต์จัดเก็บสถานะการเลือกคุกกี้ไว้ในเบราว์เซอร์ด้วยคุกกี้ srn_pdpa เป็นเวลาเริ่มต้น 180 วัน หรือระยะเวลาที่ผู้ดูแลระบบกำหนด เพื่อไม่ให้ต้องแสดงหน้าต่างขอความยินยอมทุกครั้งที่เข้าใช้งาน เว็บไซต์ไม่ได้ส่งบันทึกการเลือกนี้ไปจัดเก็บเป็นประวัติรายบุคคลในฐานข้อมูลของเว็บไซต์
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย วัตถุประสงค์ในการใช้คุกกี้ หรือมีการปรับปรุงที่มีนัยสำคัญ เว็บไซต์อาจขอความยินยอมจากท่านอีกครั้ง
15. บริการและเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก
เว็บไซต์ของสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนืออาจมีลิงก์ เนื้อหา วิดีโอ รูปภาพ หรือบริการจากเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก
เมื่อท่านเข้าสู่เว็บไซต์หรือใช้บริการของบุคคลภายนอก การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านอาจอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายคุกกี้ของผู้ให้บริการรายนั้น
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายของผู้ให้บริการภายนอกดังกล่าวเพิ่มเติม
15.1 การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
เมื่อท่านยินยอมให้ใช้คุกกี้ Analytics หรือใช้บริการของบุคคลภายนอก ข้อมูลทางเทคนิคอาจถูกส่งไปยังหรือประมวลผลในประเทศที่ผู้ให้บริการมีระบบหรือผู้ประมวลผลข้อมูลอยู่ รวมถึง Google ซึ่งอาจตั้งอยู่นอกประเทศไทย สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะดำเนินการเท่าที่จำเป็น ใช้การตั้งค่าความยินยอมควบคุมก่อนส่งข้อมูล และพิจารณามาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
15.2 ข้อมูลอ่อนไหว ข้อมูลเด็ก และข้อมูลเกี่ยวกับคดี
เว็บไซต์ทั่วไปไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ข้อมูลประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลของเด็กผ่านช่องทางสาธารณะ เว้นแต่เป็นช่องทางที่หน่วยงานกำหนดสำหรับภารกิจนั้นโดยเฉพาะ หากจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลดังกล่าว สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ฐานกฎหมาย เงื่อนไขตามมาตรา 26 และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม พร้อมแจ้งรายละเอียดเฉพาะกิจกรรมเมื่อจำเป็น
16. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายการใช้คุกกี้ฉบับนี้ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และจะทบทวนเพิ่มเติมเมื่อกฎหมาย แนวปฏิบัติ เทคโนโลยี วัตถุประสงค์ วิธีการประมวลผล หรือบริการของเว็บไซต์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือจะประกาศนโยบายฉบับปรับปรุงผ่านเว็บไซต์ตามความเหมาะสม
ปรับปรุงล่าสุด: 13 สิงหาคม 2569
17. ช่องทางการติดต่อ
หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว การใช้คุกกี้ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือต้องการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่
สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ
77 หมู่ 4 ตำบลเทพารักษ์
อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
โทรศัพท์: 02-758-4925, 02-758-4931
อีเมลสำหรับติดต่อและใช้สิทธิ: [email protected]
โปรดระบุหัวข้อ “คำขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” พร้อมรายละเอียดคำขอและข้อมูลที่เพียงพอสำหรับยืนยันตัวตน สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนืออาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิ หากมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ส่วนกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานจะประสานส่งคำขอให้ผู้รับผิดชอบดังกล่าวดำเนินการตามกฎหมาย
18. การร้องเรียน
หากท่านเห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด